วันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561

สวนอินทผลัมที่ดี สวนขุมทรัพย์แทนคุณ ปลูกจากเพาะเมล็ด

สวัสดีครับ
เรื่อง การปลูกอินทผลัม นะครับ
ปัจจุบัน มีอินทผลัม ที่สามารถทานสด รสชาติกรอบหวานติดฝาดเล็กน้อย
ที่นิยมมากคิอ สายพันธุ์บาฮี
ส่วนสายพันธุ์ทานผลแห้งที่ มีปลูกในประเทศ มักเป็นพันธุ์ เดทเลทนัว ซึ่งพันธุ์ทานผลแห้งมักปลูกแล้ว ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเพราะ ผลอินทผลัมจะไปสุกช่วยฝนตกชุก ทำให้เป็นเชื้อราและลูกร่วง
ในประเทศไทย ก็มีหลายสวนที่ปลูก ทั้งสองชนิดนี้สำเร็จและได้ทานผลแล้วครับ
อินทผลัม สามารถปลูกได้ทุกภาคครับ ขอแค่อย่าให้ดินชื้นเกินไป(ดินเหนียวมาก) โดยเฉพาะที่ดินนา
ถ้าต้องการปลูกต้องปรุงดินใหม่ครับ ยกร่องแล้วมูลดินขึ้นสูงกว่าระดับน้ำท่วมถึง อย่างน้อย 1 เมตร
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ชอบน้ำนะครับ
เพียงแต่ไม่ชอบให้โคนและรากหาอาหารแช่น้ำนานๆหลายวันครับ
อินทผลัม ที่ผมปลูก ผมปลูกทั้งสองชนิดครับ
กล้าพันธุ์หาซื้อมาจากเพื่อน(ราคาค่อนข้างแพง)
มีต้น อายุ 1 ปีและ 2 ปี ต้นแกรนๆเพราะอยู่ในถุงมานานครับ
ปรุงดินปลูกใหม่ เพราะเป็นที่นาน้ำท่วม ลงดินครั้งแรก 19 ตุลาคม 2559
พอน้ำท่วมก็ ต้องมูลดินขึ้นสูงอีก ต้นกล้าชะงัก มีต้นหนึ่งติดดอกตั้งแต่ลงดินไม่ถึง 4 เดือน ครับ
ปุ๋ยที่ใช้จะเป็นขี้วัวหมักครับ
ขุดหลุมกว้างยาว 1 เมตรคูณลึก 1 เมตร
รดน้ำอย่างน้อย สัปดาห์ละครั้งพอชุ่ม ใส่ปุ๋ยขี้วัวหมักปีละ 3-4 ครั้ง รอบวงโคนต้น ฉีดจุลินทรีย์เร่งใบ เร่งราก และผล ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 เมื่อเดือนตุลาคม ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 7×7 และ 8×8 เมตร (1 ไร่จะปลูกได้ 32 ต้น ถึง 40 ต้น ครับ)
สำคัญที่สุดคือการปรุงดินและการเลือกกล้าพันธุ์ มีความเสี่ยง คือ ถ้าปลูกจากกล้าเพาะเมล็ด อาจเป็นเพศเมียน้อยกว่า เพศผู้ เราต้องผสมให้ เกษรตัวผู้มักออกก่อนตัวเมีย 1 เดือน ต้องเก็บเป็นผงไว้ มักออกดอกช่วง ปลายเดือน มกราคมถึงเดือนมีนาคม เก็บเกี่ยวผลปีละครั้ง ช่วง กรกฎาคมถึงต้นกันยายน ครับ
ปัจจุบัน ผมมีสายพันธุ์ KL1 11 ต้น บาฮี อีก 2 ต้น ปลูกที่ดอยสะเก็ด
ส่วนที่เชียงรายปลูก KL1 25 ต้น และเดทเลทนัว  200 ต้น
ตอนนี้มีกล้าพันธุ์ และหัวเชื้อปุ๋ยอินทรีย์จำหน่ายด้วยครับ สอบถามเพิ่มเติม 0861920699
ต้นกล้าต้นละ 600 บาท ปลูก 1 ไร่ ประมาณ 32 ต้น ซื้อที่ผม ไปปลูกให้ฟรีครับ(32 ต้น) รวมปุ๋ย ค่าแรงขุด และค่าขนส่งแล้ว ปลูกประมาณ 2 ปีทราบผลเรื่องเพศครับ ปีถัดไปก็รอทานผลได้เลยครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น