สวัสดีครับ
เรื่อง การปลูกอินทผลัม นะครับ
ปัจจุบัน มีอินทผลัม ที่สามารถทานสด รสชาติกรอบหวานติดฝาดเล็กน้อย
ที่นิยมมากคิอ สายพันธุ์บาฮี
ส่วนสายพันธุ์ทานผลแห้งที่ มีปลูกในประเทศ มักเป็นพันธุ์ เดทเลทนัว ซึ่งพันธุ์ทานผลแห้งมักปลูกแล้ว ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเพราะ ผลอินทผลัมจะไปสุกช่วยฝนตกชุก ทำให้เป็นเชื้อราและลูกร่วง
ในประเทศไทย ก็มีหลายสวนที่ปลูก ทั้งสองชนิดนี้สำเร็จและได้ทานผลแล้วครับ
อินทผลัม สามารถปลูกได้ทุกภาคครับ ขอแค่อย่าให้ดินชื้นเกินไป(ดินเหนียวมาก) โดยเฉพาะที่ดินนา
ถ้าต้องการปลูกต้องปรุงดินใหม่ครับ ยกร่องแล้วมูลดินขึ้นสูงกว่าระดับน้ำท่วมถึง อย่างน้อย 1 เมตร
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ชอบน้ำนะครับ
เพียงแต่ไม่ชอบให้โคนและรากหาอาหารแช่น้ำนานๆหลายวันครับ
อินทผลัม ที่ผมปลูก ผมปลูกทั้งสองชนิดครับ
กล้าพันธุ์หาซื้อมาจากเพื่อน(ราคาค่อนข้างแพง)
มีต้น อายุ 1 ปีและ 2 ปี ต้นแกรนๆเพราะอยู่ในถุงมานานครับ
ปรุงดินปลูกใหม่ เพราะเป็นที่นาน้ำท่วม ลงดินครั้งแรก 19 ตุลาคม 2559
พอน้ำท่วมก็ ต้องมูลดินขึ้นสูงอีก ต้นกล้าชะงัก มีต้นหนึ่งติดดอกตั้งแต่ลงดินไม่ถึง 4 เดือน ครับ
ปุ๋ยที่ใช้จะเป็นขี้วัวหมักครับ
ขุดหลุมกว้างยาว 1 เมตรคูณลึก 1 เมตร
รดน้ำอย่างน้อย สัปดาห์ละครั้งพอชุ่ม ใส่ปุ๋ยขี้วัวหมักปีละ 3-4 ครั้ง รอบวงโคนต้น ฉีดจุลินทรีย์เร่งใบ เร่งราก และผล ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 เมื่อเดือนตุลาคม ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 7×7 และ 8×8 เมตร (1 ไร่จะปลูกได้ 32 ต้น ถึง 40 ต้น ครับ)
สำคัญที่สุดคือการปรุงดินและการเลือกกล้าพันธุ์ มีความเสี่ยง คือ ถ้าปลูกจากกล้าเพาะเมล็ด อาจเป็นเพศเมียน้อยกว่า เพศผู้ เราต้องผสมให้ เกษรตัวผู้มักออกก่อนตัวเมีย 1 เดือน ต้องเก็บเป็นผงไว้ มักออกดอกช่วง ปลายเดือน มกราคมถึงเดือนมีนาคม เก็บเกี่ยวผลปีละครั้ง ช่วง กรกฎาคมถึงต้นกันยายน ครับ
ปัจจุบัน ผมมีสายพันธุ์ KL1 11 ต้น บาฮี อีก 2 ต้น ปลูกที่ดอยสะเก็ด
ส่วนที่เชียงรายปลูก KL1 25 ต้น และเดทเลทนัว 200 ต้น
ตอนนี้มีกล้าพันธุ์ และหัวเชื้อปุ๋ยอินทรีย์จำหน่ายด้วยครับ สอบถามเพิ่มเติม 0861920699
ต้นกล้าต้นละ 600 บาท ปลูก 1 ไร่ ประมาณ 32 ต้น ซื้อที่ผม ไปปลูกให้ฟรีครับ(32 ต้น) รวมปุ๋ย ค่าแรงขุด และค่าขนส่งแล้ว ปลูกประมาณ 2 ปีทราบผลเรื่องเพศครับ ปีถัดไปก็รอทานผลได้เลยครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น